จังหวัดพิจิตร เป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคกลางของไทยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของภูเขา ป่าไม้ และแม่น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์แบบ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่รักการเดินทางท่ามกลางธรรมชาติ หากคุณกำลังมองหาจุดหมายที่สามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน พิจิตรคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม จากภูเขาสูงชันที่มีทิวทัศน์สวยงามไปจนถึงป่าเขียวขจีและน้ำตกที่มีความงดงามตามธรรมชาติ พิจิตรมีสถานที่หลากหลายที่ไม่เพียงแต่จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณ แต่ยังมอบความรู้สึกสงบและสดชื่นจากธรรมชาติอย่างแท้จริง
1. บึงสีไฟ

บึงสีไฟ คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดพิจิตรที่ไม่ควรพลาด หากคุณหลงรักธรรมชาติและต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม บึงสีไฟจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างดี
ที่มาของชื่อ “บึงสีไฟ”
บึงสีไฟเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดพิจิตร ชื่อ “สีไฟ” มาจากน้ำในบึงที่เคยมีสีทองอร่ามระยิบระยับในช่วงเวลาเฉพาะ ซึ่งทำให้มีความคล้ายแสงไฟระยิบระยับในยามค่ำคืน จึงเป็นที่มาของชื่อบึงสีไฟ
ความสวยงามและกิจกรรมท่องเที่ยว
บึงสีไฟมีพื้นที่กว้างใหญ่และมีความเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักผ่อนและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง บริเวณรอบบึงมักมีต้นไม้เขียวขจีให้ร่มเงาและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การเดินเล่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ เช่น:
- นั่งเรือพาย – การนั่งเรือพายในบึงสีไฟสามารถให้คุณสัมผัสกับบรรยากาศของบึงในมุมที่ไม่เหมือนใคร คุณสามารถพายเรือไปรอบๆ บึงและชมทิวทัศน์อันสวยงามรอบด้าน
- ถ่ายภาพธรรมชาติ – บึงสีไฟมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งน้ำที่สงบนิ่งและท้องฟ้ากว้าง ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติ หรือภาพสัตว์น้ำที่อยู่ในบึง
- เดินชมป่าไม้และต้นไม้ – บริเวณรอบบึงมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่จะพาคุณไปชมพรรณไม้ต่างๆ ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศในพื้นที่นี้
- กิจกรรมออกกำลังกาย – บึงสีไฟยังมีทางเดินเล่นและทางจักรยานสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมสำหรับการออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติ
เวลาเยี่ยมชมที่เหมาะสม
โดยทั่วไปแล้ว บึงสีไฟสามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่หากคุณต้องการสัมผัสกับบรรยากาศที่ดีที่สุด ควรมาช่วงฤดูหนาว หรือช่วงเย็นที่อากาศเย็นสบาย โดยเฉพาะในตอนพระอาทิตย์ตกดินที่แสงสีทองสาดส่องลงบนบึง ทำให้ที่นี่ดูงดงามยิ่งขึ้น
คำแนะนำเพิ่มเติม
- สิ่งที่ควรนำไป: หากคุณวางแผนจะทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น นั่งเรือพาย หรือเดินชมป่าไม้ ควรเตรียมเสื้อผ้าสบายๆ รองเท้าที่เหมาะสม และครีมกันแดด
- อาหารและเครื่องดื่ม: บริเวณใกล้บึงมีร้านอาหารและร้านขายของฝากให้เลือกมากมาย คุณสามารถลองชิมอาหารท้องถิ่นหรือซื้อของที่ระลึกกลับบ้านได้
- การเดินทาง: บึงสีไฟตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 10 กิโลเมตร ทำให้การเดินทางสะดวกสบายทั้งโดยรถส่วนตัวและรถสาธารณะ
บึงสีไฟในจังหวัดพิจิตรไม่เพียงแต่เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม แต่ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ไม่ว่าคุณจะมาเพื่อความสงบหรือการสำรวจธรรมชาติ ที่นี่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความงามและความสงบที่หาได้ยากจากสถานที่อื่นๆ แน่นอนว่าเป็นจุดหมายที่เหมาะสมสำหรับทุกคนที่ต้องการพักผ่อนในท่ามกลางธรรมชาติที่บริสุทธิ์และเงียบสงบ
2. ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น
ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น ตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตร เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด การเดินทางไปยังทุ่งดอกกระเจียวยักษ์นี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบและความงามที่ไม่เหมือนที่ใดมาก่อน
ความพิเศษของทุ่งดอกกระเจียวยักษ์
ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ในบ้านเขาโล้นมีความพิเศษตรงที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกปลูกด้วยดอกกระเจียวขนาดใหญ่หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะดอกกระเจียวยักษ์ที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา แตกต่างจากดอกกระเจียวในพื้นที่อื่นๆ ดอกไม้ที่นี่จะบานในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม เมื่อดอกกระเจียวเริ่มบานเต็มที่ ทุ่งดอกกระเจียวจะกลายเป็นสีม่วงและชมพูสวยงาม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเยือนและสัมผัสความงามได้มากที่สุด
สิ่งที่ควรทำ
เมื่อมาถึงทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น คุณสามารถเดินชมทุ่งดอกไม้และถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยภูเขาและทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือเย็น ซึ่งแสงแดดที่ส่องผ่านทุ่งดอกไม้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพฝัน
นอกจากนี้ยังสามารถเดินชมการปลูกกระเจียวในสวนเกษตรกรรมที่เจ้าของบ้านเขาโล้นปลูกอย่างใส่ใจ นอกจากการชมทุ่งดอกกระเจียวแล้ว คุณยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูกและดูแลดอกกระเจียวจากเกษตรกรท้องถิ่นได้ด้วย
คำแนะนำการเดินทาง
การเดินทางไปทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น จากตัวเมืองพิจิตรสามารถขับรถไปประมาณ 50 กิโลเมตร เส้นทางเป็นถนนลาดยางที่สะดวก แต่ในช่วงฤดูฝนบางพื้นที่อาจจะมีน้ำท่วมขังหรือเส้นทางที่ลื่น ดังนั้นควรเช็คสภาพอากาศก่อนการเดินทางเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ หากคุณต้องการพักค้างคืนเพื่อชมความงามของทุ่งดอกกระเจียวในช่วงเวลาที่ดีที่สุด การเลือกที่พักที่ใกล้เคียง เช่น รีสอร์ตหรือโฮมสเตย์ท้องถิ่นก็เป็นทางเลือกที่ดี เพื่อให้คุณสามารถตื่นเช้ามาได้ชมดอกกระเจียวในยามเช้าอย่างเต็มที่
ทุ่งดอกกระเจียวยักษ์ บ้านเขาโล้น เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ควรเยี่ยมชมสักครั้งในชีวิต ความงามของดอกกระเจียวยักษ์ที่บานเต็มทุ่งและทิวทัศน์ธรรมชาติที่รายล้อมเป็นประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนง่ายๆ การมาเยือนที่นี่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความสงบและสวยงามของธรรมชาติในแบบที่ไม่เหมือนใคร
3.อุทยานเมืองเก่าพิจิตร
อุทยานเมืองเก่าพิจิตรเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การมาเยือนเพื่อศึกษาอดีตและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์
อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นตัวเมืองเก่าของพิจิตรในอดีต ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย จากหลักฐานที่ปรากฏ เช่น กำแพงเมืองโบราณ วัดเก่าแก่ และคูเมืองที่เคยใช้เป็นแนวป้องกันเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากอิฐของโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งแสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิจิตรในอดีต
จุดเด่นของอุทยาน
- วัดมหาธาตุเมืองเก่าพิจิตร
หนึ่งในจุดศูนย์กลางของอุทยาน เป็นซากวัดโบราณที่เหลือเพียงเจดีย์ วิหาร และโครงสร้างบางส่วน แสดงถึงศิลปกรรมแบบสุโขทัยและอยุธยา เป็นจุดที่เหมาะแก่การศึกษาประวัติศาสตร์และถ่ายภาพ - อนุสาวรีย์พ่อขุนจันทรประชา
พ่อขุนจันทรประชาเป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองพิจิตร และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปกครองเมืองที่มีความสามารถ อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงความสำคัญของพระองค์ - บึงสีไฟ
แม้จะอยู่ห่างจากอุทยานเมืองเก่าพิจิตรเล็กน้อย แต่ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีตำนานเกี่ยวกับพญาชาละวัน และเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ตก
บรรยากาศและการเดินทาง
อุทยานเมืองเก่าพิจิตรมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนและสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ สามารถเดินทางมาได้ง่ายจากตัวเมืองพิจิตรโดยรถยนต์หรือจักรยาน หากมาในช่วงเช้าหรือเย็น อากาศจะเย็นสบายและเหมาะกับการเดินเล่น
อุทยานเมืองเก่าพิจิตรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเรียนรู้เกี่ยวกับอดีตของไทย นอกจากซากโบราณสถานแล้ว ยังมีธรรมชาติที่ร่มรื่น และสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่สำคัญอื่นๆ ของจังหวัดพิจิตรได้อย่างสะดวก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ควรค่าแก่การมาเยือน
4.วัดโพธิ์ประทับช้าง

วัดโพธิ์ประทับช้าง เป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร สถานที่แห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งทรงโปรดให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2242 ณ สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นบ้านเกิดของพระองค์
จุดเด่นของวัด
- พระอุโบสถเก่าแก่
โครงสร้างของพระอุโบสถสร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนปลาย แม้จะผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี แต่ยังคงความงดงามและความขลังไว้อย่างสมบูรณ์ - พระประธานในอุโบสถ
ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอยุธยา องค์พระงดงามและเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา - ซากกำแพงเก่า
ด้านนอกอุโบสถยังมีร่องรอยของกำแพงเก่าและซุ้มประตูที่พังลงไปตามกาลเวลา ทำให้สามารถสัมผัสถึงความเก่าแก่ของวัดได้อย่างชัดเจน - ต้นโพธิ์ใหญ่
หน้าวัดมีต้นโพธิ์อายุกว่าร้อยปี แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนและปฏิบัติธรรม
บรรยากาศและความรู้สึก
เมื่อเดินเข้าสู่วัด จะสัมผัสได้ถึงความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ แม้จะไม่ใช่วัดขนาดใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบโบราณสถานและต้องการสัมผัสร่องรอยของกรุงศรีอยุธยาจะต้องประทับใจที่นี่
การเดินทาง
วัดโพธิ์ประทับช้างตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 30 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวได้สะดวก หากมาจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 115 ผ่านอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ก็จะถึงวัด
วัดโพธิ์ประทับช้างเป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และโบราณสถาน การมาเยือนวัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะได้สัมผัสถึงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับพระเจ้าเสือและประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาอีกด้วย
5.วัดท่าหลวง

วัดท่าหลวงเป็นวัดเก่าแก่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน อำเภอเมืองพิจิตร ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีความศักดิ์สิทธิ์และได้รับความเคารพจากประชาชนทั้งในและนอกจังหวัด
ตามประวัติ วัดท่าหลวงสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมแบบไทยโบราณที่ได้รับการบูรณะให้คงสภาพสวยงาม ปัจจุบันวัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการจัดงานประเพณีสำคัญของจังหวัด เช่น งานแข่งเรือยาวประจำปีที่จัดขึ้นบริเวณแม่น้ำน่านหน้าองค์พระวิหาร
จุดเด่นของวัดท่าหลวง
- หลวงพ่อเพชร – พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อด้วยสำริด มีพุทธลักษณะงดงามแบบเชียงแสน เป็นที่เคารพของชาวพิจิตรและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ
- วิหารและสถาปัตยกรรมไทย – ตัววิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชรมีลวดลายแกะสลักงดงาม ภายในเงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
- บรรยากาศริมแม่น้ำน่าน – วัดตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ทำให้มีทัศนียภาพที่ร่มรื่นและสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงเย็น
- งานประเพณีและกิจกรรมทางศาสนา – นอกจากงานแข่งเรือยาว วัดยังเป็นสถานที่จัดงานบุญสำคัญ เช่น งานนมัสการหลวงพ่อเพชร และงานทำบุญช่วงเทศกาลสงกรานต์
คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
- วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีค่าเข้าชม เหมาะสำหรับการเดินทางมาสักการะ ขอพร และสัมผัสบรรยากาศทางประวัติศาสตร์
- แนะนำให้มาในช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงอากาศร้อน และสามารถเดินชมบริเวณริมแม่น้ำได้อย่างสบาย
- หากมาในช่วงเทศกาลแข่งเรือยาว จะได้สัมผัสบรรยากาศที่คึกคักและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร
วิธีการเดินทาง
- สำหรับผู้ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิจิตร) หรือเดินทางโดยรถไฟและรถโดยสารประจำทางได้สะดวก
- หากใช้รถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดภายในวัดได้ มีที่จอดรถเพียงพอสำหรับนักท่องเที่ยว
วัดท่าหลวงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพิจิตรและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การมาเยือน
6.วัดเขารูปช้าง
วัดเขารูปช้างเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในจังหวัดพิจิตร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและพม่า มีพระอุโบสถที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม และภายในมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน
ไฮไลต์ของวัด
- ถ้ำและพระพุทธรูป
หนึ่งในจุดเด่นของวัดเขารูปช้างคือถ้ำที่ภายในมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ให้สักการะ บรรยากาศภายในเย็นสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม - วิวมุมสูงของเมืองพิจิตร
บริเวณด้านบนของวัดสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของจังหวัดพิจิตรได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นที่อากาศเย็นสบาย - เจดีย์และสถาปัตยกรรมพม่า
วัดแห่งนี้มีเจดีย์และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบพม่า ทำให้มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากวัดอื่นๆ ในจังหวัด - บรรยากาศสงบเหมาะสำหรับการทำสมาธิ
เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนเขา ห่างจากความวุ่นวาย ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการปลีกวิเวก นั่งสมาธิ หรือทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ที่ตั้ง: อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร
- เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น
- การเดินทาง: สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารในพื้นที่ มีที่จอดรถรองรับ
วัดเขารูปช้างเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบ และชมความงามของสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ พร้อมทั้งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดพิจิตรไม่ควรพลาดที่จะมาเยือนวัดแห่งนี้
7.วัดใหม่ปลายห้วย
วัดใหม่ปลายห้วย ตั้งอยู่ในอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านศิลปะและบรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การมาเยี่ยมชม ศึกษาธรรมะ และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
จุดเด่นของวัดใหม่ปลายห้วย
1. พระอุโบสถแกะสลักไม้
วัดแห่งนี้มีพระอุโบสถที่สร้างขึ้นจากไม้แกะสลักลวดลายงดงาม รายละเอียดการแกะสลักสะท้อนถึงความประณีตของช่างฝีมือไทย ภายในประดิษฐานพระประธานที่งดงาม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเชิงพุทธ
2. หลวงพ่อเงินองค์ใหญ่
อีกหนึ่งไฮไลต์ของวัดคือองค์หลวงพ่อเงินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว เชื่อกันว่าการมาขอพรที่นี่จะนำพาความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภ
3. บรรยากาศร่มรื่น สงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
พื้นที่ของวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และบ่อน้ำธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่สงบ เหมาะสำหรับการทำสมาธิและปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ วัดยังมีการจัดกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญต่างๆ
4. ประวัติศาสตร์และความสำคัญทางศาสนา
วัดใหม่ปลายห้วยเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอย่างหลวงพ่อเงิน ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนในท้องถิ่นและนักแสวงบุญทั่วประเทศ
ข้อแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว
- แต่งกายสุภาพเพื่อแสดงความเคารพสถานที่
- หากต้องการไหว้พระหรือปฏิบัติธรรม ควรหลีกเลี่ยงช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเยอะเพื่อความสงบ
- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของวัดก่อนมาเยี่ยมชม จะช่วยให้ได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้น
วัดใหม่ปลายห้วยเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชื่นชมศิลปะ หรือสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ หากมีโอกาสเดินทางมายังจังหวัดพิจิตร วัดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาด
8.วัดนครชุม

วัดนครชุมเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองพิจิตร ริมแม่น้ำน่าน วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวบ้านมานานหลายร้อยปี
ความเป็นมาและจุดเด่น
วัดนครชุมเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ คาดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย สิ่งที่โดดเด่นภายในวัดคือ “พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่ได้รับการเคารพบูชาอย่างสูง นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามและยังคงสภาพสมบูรณ์
สิ่งที่น่าสนใจในวัด
- หลวงพ่อเพชร – พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงาม สร้างจากสำริดและเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของพิจิตร
- โบราณสถานและศิลปกรรม – วัดนครชุมมีซากโบราณสถานและศิลปกรรมโบราณที่แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัยและอยุธยา
- บรรยากาศร่มรื่น – ตัววัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ทำให้บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การมาปฏิบัติธรรมและพักผ่อนทางจิตใจ
กิจกรรมที่แนะนำ
- ไหว้พระและสักการะหลวงพ่อเพชรเพื่อความเป็นสิริมงคล
- ชมศิลปกรรมและโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
- ถ่ายภาพบรรยากาศภายในวัด โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่มีแสงสวยงาม
วิธีการเดินทาง
วัดนครชุมตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองพิจิตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทางได้สะดวก หากเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) แล้วเข้าสู่ตัวเมืองพิจิตร
วัดนครชุมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทยโบราณ นอกจากจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าแล้ว ยังเป็นสถานที่ที่ให้ความสงบและร่มเย็น เหมาะแก่การมาเยี่ยมชมและสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
9.วัดศรีศรัทธาราม
วัดศรีศรัทธาราม เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนความงดงามของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมไทยได้อย่างชัดเจน วัดแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และมีบทบาทสำคัญในด้านจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ประวัติและความสำคัญ
วัดศรีศรัทธารามก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2467 โดยได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในท้องถิ่นที่มีความศรัทธาและต้องการสร้างสถานที่สำหรับการสวดมนต์และปฏิบัติธรรม โดยเดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดคลองประจอ” แต่ภายหลังได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดศรีศรัทธาราม” ซึ่งสื่อถึงความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา
สถาปัตยกรรมและสิ่งที่น่าสนใจ
หนึ่งในจุดเด่นของวัดศรีศรัทธารามคือวิหารที่สร้างจากไม้ ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่งดงามและเต็มไปด้วยรายละเอียดทางศิลปะ ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ อีกทั้งยังมีพระประธานขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารซึ่งเป็นจุดสำคัญในการทำบุญและสักการะของผู้ที่มาเยี่ยมชม
นอกจากนี้ วัดศรีศรัทธารามยังมีเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในบริเวณวัด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นจุดสักการะ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและศรัทธาในพระพุทธศาสนา เจดีย์แห่งนี้มีการออกแบบที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในท้องถิ่น
บรรยากาศที่เงียบสงบ
ความเงียบสงบของวัดศรีศรัทธารามเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมรู้สึกผ่อนคลายจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน โดยรอบๆ วัดมีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและความเย็นสบาย ทำให้สถานที่นี้เป็นที่เหมาะสมสำหรับการเดินเล่น สะท้อนความเงียบสงบและธรรมชาติที่ให้ความสงบในจิตใจ
การมาที่วัดนี้ไม่เพียงแต่จะได้เห็นสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า แต่ยังเป็นโอกาสในการปฏิบัติธรรม เช่น การทำสมาธิ การถวายสังฆทาน หรือการร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ทางวัดจัดขึ้น ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เติมเต็มจิตใจและจิตวิญญาณ
กิจกรรมและการเดินทาง
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่เป็นการเที่ยวเพื่อความสนุกสนาน แต่ยังมีความหมายทางจิตใจ วัดศรีศรัทธารามจะเป็นตัวเลือกที่ดีมาก คุณสามารถเดินทางมาที่นี่ได้อย่างสะดวกจากตัวเมืองพิจิตร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 30 นาทีด้วยรถยนต์ หรือหากคุณเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียงก็ไม่ลำบากเช่นกัน
สำหรับกิจกรรมที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เช่น การถวายสังฆทานและทำบุญเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น พิธีบูชาพระ หรือการทำบุญทอดกฐินในช่วงเทศกาล
เหมาะสำหรับทุกวัย
วัดศรีศรัทธารามเหมาะสำหรับการเยี่ยมชมทุกวัย ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ หรือสำหรับผู้ที่ต้องการสถานที่พักผ่อนทางจิตใจ วัดนี้เป็นจุดท่องเที่ยวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนไทยในชนบทและความเชื่อทางพุทธศาสนาได้อย่างงดงาม
ในท้ายที่สุด วัดศรีศรัทธารามไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบและพลังจิตที่สามารถช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขใจเมื่อได้มาเยือน
10.พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์

พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ ตั้งอยู่ที่ตำบลดงโฮ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และการเมืองไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงสงครามเวียดนาม และการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนามใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และการขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในภูมิภาคนี้
พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ในบ้านที่เคยเป็นที่พักของโฮจิมินห์ในช่วงที่ท่านได้หลบซ่อนตัวในประเทศไทย ก่อนที่จะกลับไปเป็นผู้นำในการก่อตั้งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงเอกสาร ภาพถ่าย และของใช้ส่วนตัวของโฮจิมินห์ รวมถึงการจัดแสดงสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงสงครามเวียดนาม ทั้งนี้เพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองในยุคนั้นและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามในช่วงสงคราม
เมื่อเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ คุณจะได้เห็นการจัดแสดงที่เรียบง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้ง ที่ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงวิถีชีวิตของโฮจิมินห์และสิ่งที่ท่านต้องเผชิญในช่วงเวลานั้น นอกจากการแสดงภาพถ่ายเก่าแล้ว ยังมีการจัดแสดงสื่อการสื่อสารในช่วงสงครามที่ใช้ในยุคนั้น ซึ่งทำให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงสภาพแวดล้อมที่ทั้งไทยและเวียดนามต้องเผชิญในช่วงยุคสงคราม
นอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์ยังมีการจัดกิจกรรมให้ผู้เยี่ยมชมได้เรียนรู้เพิ่มเติม เช่น การสัมมนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองในภูมิภาคนี้ และการจัดแสดงงานศิลปะจากศิลปินท้องถิ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ในอดีต สิ่งเหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์ไม่เพียงแค่เป็นสถานที่ที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและการเมืองที่สำคัญ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น ท่ามกลางทุ่งนาและภูเขาที่สวยงาม ทำให้ผู้มาเยือนนอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังสามารถสัมผัสกับธรรมชาติของจังหวัดพิจิตรได้อย่างเต็มที่ ถ้ามีโอกาสมาเยือนพิจิตร การแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านดงโฮจิมินห์จึงเป็นการเดินทางที่ทั้งให้ความรู้และผ่อนคลายได้อย่างดี
สำหรับการเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์นั้นสามารถทำได้สะดวกโดยรถยนต์หรือการเดินทางจากตัวเมืองพิจิตร ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ซึ่งถือว่าไม่ไกลมากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
